Wrath Of Man (2021)

Wrath Of Man (2021) Guy Ritchie เป็นผู้กำกับหนังที่มีสไตล์จัดจ้านแล้วก็ลายเซ็นชัดที่สุดคนหนึ่งแห่งสมัย พวกเรามีความคิดว่าเขาทำหนังบันเทิงใจ ไม่ว่าจะ Sherlock Holmes, The Man from U.N.C.L.E., King Arthur และก็ยังรวมทั้งหนัง Aladdin ของดิสนีย์ แต่ว่าหากให้เอ่ยถึงแนว gangster ซึ่งเป็นแนวที่เขาถนัดแต่ว่าเราไม่ถนัดแล้วล่ะก็ เราก็จำเป็นต้องกล่าวว่า เราปวดศีรษะ (ไม่ถูกที่เราเอง Guy Ritchie ไม่ผิด) เพราะว่าหนัง gangster มันผู้แสดงมาก เรื่องเยอะ แล้วธรรมดาแนวเขาเป็นถูกใจตัดสลับไปมา มุมกล้องหวือหวา และบ่อยตัวละครก็คุยกันรัวๆ(ดีที่หัวข้อนี้ ผู้แสดงนำเมากาวน้อยลงแล้วก็สโลว์ไลฟ์ขึ้นมาหน่อย)

ผลงานดูแลและก็เขียนบทปัจจุบันของ Guy Ritchie

ดัดแปลงแก้ไขจากหนังฝรั่งเศสเรื่อง Le Convoyeur หรือ Cash Truck (2004) เกิดเรื่องราวของ Patrick “H” Hill (Jason Statham จาก The Transporter) ที่แฝงตัวมาสมัครเป็น guard ใน Fortico บริษัทรักษาความปลอดภัยที่ให้บริการย้ายเงินแล้วก็ของมีมูลค่า ด้วยเป้าประสงค์ล้างแค้นส่วนตัวตามชื่อ ซึ่งก็เกิดเรื่องที่มิได้ใหม่ (ก็รีเมคจากหนังปี 2004 นี่เนอะ) และแค่หน้า Jason Statham ก็บอกอยู่แล้วว่า คงไม่ได้มีความเข้าใจทางการต่อสู้เพียงแค่เป็นรปภ.หรือคนขับรถขนเงิน ผู้ชมรู้ แฟนๆรู้

แม้กระนั้นการควบคุมของ Guy Ritchie WrathOf Man(2021) ช่วยให้มันยังดูสดใหม่ มีความกลับ และก็ความพิศวงได้อยู่ว่า “H” เป็นคนใด? แล้วก็ Scott Eastwood ลูกชายสุดหล่อของตำนานที่ฮอลลีวู้ดอย่าง Clint Eastwood แล้วก็แร็ปเปอร์คนมีชื่อเสียงอย่าง Post Malone เล่นเป็นคนไหน มีความจำเป็นเช่นไรต่อเส้นเรื่อง? (ละเว้นว่ามองเทรลเลอร์ไปก่อน ก็บางครั้งอาจจะทายใจเรื่องตอนมองง่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก)

รีวิว+เรื่องย่อ Wrath Of Man (2021)

เก็บความคลั่งแค้นมาแสนนาน ท้ายที่สุดก็พร้อมสาดกระสุนล้างแค้น! เอช. ชายผู้ไม่พูดไม่จารวมทั้งเต็มไปด้วยปริศนา เขาเป็นพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยป้องกันบริษัทขนเงิน แต่ตามที่เป็นจริงแล้วเขามีจุดมุ่งหมายเพื่อเข้าไปซ่อนตัวทวงแค้นบางสิ่ง โดยฉายาของเขาเปรียบเสมือนยมทูตที่เหยื่อผู้ใดพบเห็นจำเป็นต้องไม่มีวันรอด

รีวิวหนัง Wrath of Man

พวกเราอาจนึกภาพของหนังแอคชันที่ เจสัน สเตทแธม นำแสดงได้จนกระทั่งติดตา เรื่องราวส่วนใหญ่อาจเดินไปเส้นตรงเส้นเดียวรวมทั้งขวานผ่าซาก แต่กับหนังเรื่องนี้ กาย ริทชี่ เลือกจะเล่าให้มีชั้นเชิงขึ้นมา เริ่มแรก พวกเราอาจจะเผชิญกับเหตุหนึ่งที่เชิญสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับภารกิจคราวหนึ่งของรถขนเงินที่ถูกดักชิงทรัพย์ไป Free Guy (2021) ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ เหตุที่เกิดถูกบังคับด้วยมุมกล้องมุมเดียว และก็ได้ยินเพียงแต่เสียงของเรื่องแล้วต่อจากนั้น เขาหันไปเริ่มเล่าเรื่องของ ชายผู้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกคนใหม่ของธุรกิจการค้าขนเงิน ฟอร์ติเตียนเก๋ ซีเคียวริตี้ชายอังกฤษคนที่เป็นเด็กใหม่ในหน่วยงานนี้ ได้รับชื่อแนวสมญานามที่ถูกเรียกกันด้านในว่า ‘เอช’ เขาสอบผ่านด้วยคะแนนฉิวเฉียวะ แม้กระนั้นแค่การปฏิบัติงานหนแรกก็กินขาด นี่มันไม่ใช่มือปกติแต่ว่าเป็นมือระดับพระรอยดำ ทั้งเพื่อนร่วมงานแล้วก็ผู้ชมอาจจะมึนสงสัยกันใหญ่ หมอนี่เป็นคนใด ก่อนหนังจะเริ่มเฉลยคำตอบทุกอย่างไม่ได้ดูเข้าใจยากกระทั่งเหลือเกินนัก อะไรที่สงสัย กาย ริทชี่ก็จะค่อยๆใส่เข้ามาให้แจ้งชัดเมื่อถึงเวลา

อช ชายผู้สูญเสียลูกชายไป ชาง-ชี กับตำนานลับเท็นริงส์ ราวกับผู้ที่เสียสิ่งที่เขารักที่สุดอย่างเดียวที่เขามีในชีวิตไป เขาก็พร้อมจะแลกทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเพื่อค้นหาแล้วก็เอาคืนอย่างหมดหน้าตัก แม้แต่การซ่อนตัวตัวตนที่แท้จริง แทรกซึมเข้าไปเป็นคนใน และคอยโอกาสในขณะที่เหมาะเจาะจัดแจงขั้นเด็ดขาด แม้จะจำต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยเลือดเนื้อรวมทั้งชีวิตก็ตาม ภายหลังการซุ่มจู่โจมอย่างหนักต่อรถหุ้มห่อเกราะคันหนึ่ง บริษัท ฟอร์ว่ากล่าวโก้เก๋ ซีเคียวริตี้ ซึ่งตั้งอยู่ในลอสแองเจลิสได้จ้างพนักงานใหม่ผู้ลึกลับนาม แพทริค ฮิลล์

ที่แปลงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “H” นระหว่างที่เขาทำความเข้าใจงานจากคู่คิด “บุลเลท” ในตอนแรก H ดูเหมือนจะเป็นคนเฉยๆเอาแต่ก้มหน้าดำเนินการหาเลี้ยงปากท้อง แต่ว่าเมื่อเขาและบุลเลทเปลี่ยนเป็นวัตถุประสงค์ของการโจรกรรม ความสามารถ Wrath Of Man (2021) ที่น่าสยดสยองของเอชก็ถูกเผย เขาไม่เฉพาะแต่เป็นนักแม่นปืนผู้เชี่ยวชาญที่กล้าหาญในการต่อสู้แบบประชิดตัวเท่านั้น แม้กระนั้นยังเป็นคนที่กล้าหาญชาญชัยไร้ความปรานีรวมทั้งเป็นตัวอันตรายอีกด้วย

ถึงหนังจะรู้สึกอิ่มในความระห่ำบ้าโกรธแค้นได้ไม่ต่างจากหนังรุ่นพี่ แล้วก็แม้ว่าจะเป็นการรีเมกหนังฝรั่งเศสอย่าง ‘Le convoyeur’ (2004) ของ นิโคลัส บูครีฟ (Nicolas Boukhrief) ก็ตามแต่ แต่ว่าก็จำต้องบอกว่ามาอยู่ในมือผู้กำกับสไตล์ชัดอย่าง กาย ริตชี (Guy Ritchie) ก็ทำให้หนังหรู มีรสนิยมตามแบบริตชี ราวกับที่เราเคยคุ้นจากหนังก่อนๆหน้าอย่าง ‘Snatch’ (2000) หรือล่าสุดกับ ‘The Gentlemen’ (2019)

ที่ดูผิดแผกเป็นเอกลักษณ์ในแบบที่เราจำเป็นต้องคิดออกไม่น้อยเลยอย่างน้อยที่สุดการตีีความใหม่ให้ตัวเอกเก่งเวอร์และดูมีลับลมคมใน ก็มองน่าสนใจกว่าต้นฉบับประเทศฝรั่งเศสที่ผู้แสดงนำชายเป็นคนธรรมดามีความหวาดกลัวสำหรับการเจอหน้ากับมิจฉาชีพ เรียกว่าหงออย่างยิ่งจริงๆ จนกระทั่งค่อยๆกล้าขึ้น รวมทั้งในหนังต้นฉบับก็ไม่ซ่อนปริศนาอะไรมาก เรียกว่าคนดูรู้ภูมิหลังรู้ไส้รู้พุงพุงนักแสดงได้ตั้งแต่เริ่มเลย เป็นแถวดราม่าที่ผสมแอ็กชันแบบมีกลิ่นหนังสอบสวน แต่ใน ‘Wrath of Man’ นี่เป็นถูกชะตากว่ามากมาย ถึงจะไม่บาดตาเท่าหนังฮอลลีวูด แต่ว่าก็หรูรวมทั้งมองสนุกสนานอยู่ เป็นแถวแอ็กชันยอดคนผสมแนวปริศนาธริลเลอร์อีกครั้งโดย

สรุป Wrath of Man เป็นหนังชิงทรัพย์+ล้างแค้น

มีความ John Wick แต่รวมกับความแก๊งสเตอร์สไตล์ Guy Ritchie แล้วก็มีลายเซ็นอันจัดจ้านของ Guy Ritchie อยู่อย่างเห็นได้ชัด หากคนไหนกันเป็นแฟนหนัง Guy Ritchie หรือดาราแอ็คชั่นเมืองผู้ดีอย่าง Jason Statham หรือชอบหนังแนวบู๊โหดเหี้ยมๆแบบนี้ ก็ไม่สมควรพลาด ส่วนตัวสำหรับเรา เราก็ดูสนุก เขาดูแลสนุกสนานอย่างเคย แต่ว่าผู้ชายแบบเพศชายมากไม่น้อยเลยทีเดียวไปหมดหนังขาย เจสัน สเตแธม (Jason Statham) ตั้งแต่โปสเตอร์ที่ยืนหนึ่ง แถมในหนังยังส่องแสงให้เขาเด่นตลอดเรื่อง ในบทตัวนำลำพังอย่างเห็นได้ชัด จะต้องบอกว่าในวงการผู้แสดงสายแอ็กชันยุคนี้ถ้าดูสมดุลระหว่างฉากบู๊กับฉากการถ่ายทอดอารมณ์ สเตแธมจัดเป็นดาราหนังคนโปรดคนหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทนิ่งขรึมที่ใช้สายตาสื่อเรื่องราวภายในนี่เขาเป็นชื่อแรกๆที่จะนึกถึง ยิ่งควรเป็นสายตาที่แฝงทั้งยังความเหี้ยมโหดรวมทั้งความเศร้าใจลึกๆแบบนี้ด้วยแล้ว เหมาะเหม็งจริงๆ

รีวิว Wrath of Man 2021 คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก

เป็นส่วนประกอบของหนังชิงทรัพย์ ผู้กระทำผิดกฎหมาย แล้วก็แนวทวงแค้น ได้อย่างพอดี ที่เด็ดคือพรีเซนเทชั่นไดอย่างมีสไตล์มาก สมราคาผู้กำกับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลอย่าง “กาย ริชชี่”จริงแล้วคนเขียนมักจะถูกใจหนังที่เดินเรื่องเป็นเส้นตรงมากกว่า เล่าทำนองว่า 1 2 3 ไปเรื่อยๆเพราะผู้เขียบนชอบจังหว่ะแบบเบสิค ที่เนื้อหาดำเนินไปสู่จุดพีคและไคลแม็กซ์อะไรแบบงี้เอ๋ยถึง “Wrath of Man” เนื้อหาก็ไม่ถึงขั้นเล่าไม่เรียงไทม์ไลน์อะไรนะ เพียงแค่มีเล่าย้อนหลังนิดเดียว รวมทั้งนั่นก็เป็นสไตล์ที่ทำให้หนังมีเสน่ห์ขึ้น

Wrath Of Man คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก

สนุกสนานไหมเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องล่าสุดของ Guy Ritchie ที่เคยประสานมือกันดังกับ Jason Statham มาแล้วใน Lock, Stock and Two Smoking Barrels หนังระดับขึ้นหิ้งของ Guy Ritchie เลยทีเดียว ทั้งคู่คนไม่ได้ร่วมงานกันมานานมากจนมาพบกันอีกครั้งคือในหัวข้อนี้นี่แหละ Wrath Of Man (2021) หัวข้อนี้เรียกว่าพลิกแนวหนังของ Guy Ritchie เลย ปกติหนังเขาจะมีอาการยียวนคละเคล้าขบขันร้าย แต่ว่าเรื่องนี้เค้าทำหนังแนวขมักเขม้นสุดๆซีเรียสอีกทั้งเรื่อง เรียกว่าไม่มีมุกให้ฮาเลยก็ว่าได้ รวมทั้งเขาทำได้ด้วย การถ่ายทอดฉากที่จำเป็นต้องกดอารมณ์ให้ดูเหี้ยมโหดรวมทั้งน่าสยดสยองในเรื่องคือทำได้ดีมากๆเลย หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แนวลุ้นระทึก ฉับไว แต่ว่าเป็นหนังที่เบาๆบ่มเพาะนักแสดงผ่านแต่ละ Sequence ของเรื่อง เพื่อนำไปสู่ตอนจบที่ทรงพลังและสมใจสุดๆ

พอเพียงหนังมีความลับให้ผู้ชมติดตามเป็นรสเสริม ทำให้ไม่รู้สึกเอียนกับรสหลักที่เป็นหนังแอ็กชันเลย ความเก๋อีกอย่างคือหนังจะแบ่งการนำเสนอเป็นองก์ต่างๆโดยใช้ชื่อองก์ที่ดูน่างุนงงในตอนแรก มักเป็นประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยินในชีวิตประจำวัน แต่ท้ายที่สุดกลับไปปรากฏอยู่ในบทสนทนาของผู้แสดงในองก์นั้นๆได้อย่างน่าทึ่ง แล้วแบบมาจังหวะจะโคนที่ดีเลิศ จนกระทั่งพอเพียงเรา อ๋อ แล้วขนลุกเลยว่าคนคิดเก่งจริงๆเป็นองก์ข้างหลังๆเลยราวกับเราก็บันเทิงใจกับการเฝ้ารอคอยว่าชื่อองก์มันจะโผล่มาตอนไหนและก็โผล่มายังไงด้วย

หนังตลกๆ

 win666.club

australiancephalopods

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...