โรงงานผลิตกันแดด

โรงงานผลิตกันแดด ผ่านการตรวจสอบประเมินโรงงานระบบ ISO 9001/2015 จาก UKAS และผ่านการตรวจสอบ การยืนยันเครื่องหมาย HALAL
ได้รับการยอมรับในลำดับชั้นสากล GMP (Good Manufacturing Practice) ของกระทรวงสาธารณสุขและจากสถาบัน SGS
ด้วยเทคโนโลยีและกฏเกณฑ์สากลทำได้ผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นที่ยอมรับสามารถชิงชัยกับคู่แข่งในตลาดได้อย่างมีคุณภาพหน้าแรก - โรงงานผลิตอาหารเสริม โรงงานรับผลิตครีม รับผลิตอาหารเสริม OEM

แนวทางคุ้มครองป้องกันรังสี UV และ HEVIS

-ลดการเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือสมาร์ทโฟนให้ลดลงบ้าง โดยเฉพาะตอนค่ำคืน (ไม่เชื่อก็จำเป็นจะต้องเชื่อจ้ะว่าคนไทยติดมือถือมากเป็นลำดับต้นๆของโลก โดยใช้โทรศัพท์มือถือเฉลี่ยถึงวันละ 4.2 ชั่วโมง !)

-ปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ลดน้อยลงไม่ให้สว่างจ้าจนเกินไป

-ติดฟิล์มป้องกันแสงสีฟ้าบนหน้าจอComputer จอโทรศัพท์เคลื่อนที่ โรงงานรับผลิตครีมกันแดด และจอแท็บเล็ต ดังเช่นว่า ฟิล์มตัดแสงสีฟ้า (Blue Light Cut)

-ถ้าิจกรรมยามว่างอื่น ๆ แทนการอยู่จอ ได้แก่ อ่านหนังสือ เล่นกีฬา

-ใช้สกินแคร์หรือครีมบำรุงที่ส่วนผสมของลูทีน เบต้าแคโรทีน วิตามินซี หรือสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เพื่อช่วยคุ้มครองปกป้องผิว และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้กับผิว

-ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีคุณสมบัติคุ้มครองปกป้องผิวจากรังสี UV และ HEVIS ได้

เหตุที่ก่อให้เกิดผลเสียการออกฤทธิ์ของครีมกันแดด

-การทา นั้นควรต้องทาครีมกันแดดปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร โรงงานผลิตกันแดด ถ้าทาบางเกินไปก็จะมีประสิทธิภาพที่ลดลงและคุ้มครองแสงแดดไม่ค่อยได้

-การสวมบรรจุเสื้อผ้า แม้ว่าการสวมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ จะช่วยป้องกันรังสีได้ดี แต่การสวมเสื้อผ้าโดยทันทีข้างหลังการทาครีมกันแดดจะทำให้ครีมไปติดอยู่ที่เสื้อผ้า จนนำมาซึ่งการทำให้ประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันแสงแดดลดลงได้

-เหงื่อออก การมีเหงื่อออกจะละลายครีมกันแดดออกไปกับเหงื่อได้

-การว่ายน้ำหรือการถูกน้ำ ก็สามารถละลายเอาครีมกันแดดออกไปได้อีกด้วยเช่นกัน

-ลมพัด ลมที่พัดก็มีส่วนพัดพาเอาครีมกันแดดที่ทาแล้วบนผิวหนังให้หลุดออกไปได้ด้วยเหมือนกัน

-ทากันแดดแบบไม่ถูกเคล็ดวิธี ในเวลาที่ตากแดดและทาครีมกันแดดซ้ำภายหลังว่ายน้ำ โรงงานผลิตกันแดด  วิธีใช้ครีมกันแดดจำเป็นจะต้องใช้เมื่อผิวแห้งสะอาดก่อน แล้วจึงค่อยลูบตัวยาให้เสมอไป ๆ กันไปในแง่เดียวกัน คือ ไม่ทาย้อนขึ้นย้อนลง เหตุเพราะจะเป็นเหมือนการถูไถ ส่งผลให้ครีมกันแดดนี้หลุดออกไป

จากสาต้นสายปลายเหตุนี้เอง เมื่อนำครีมกันแดดมาใช้จริงจะเจอว่ามีค่า SPF ต่ำลงมากยิ่งกว่าที่กำหนดไว้เสมอไป ทั้งนี้เป็นเพราะมีต้นเหตุที่มีผลกระทบเกี่ยวข้องตามที่บอกมานั่นเอง

การทาครีมกันแดด

-ควรจะใช้ครีมกันแดดที่มีคุณค่า SPF สูง ตั้งแต่ SPF 30 ขึ้นไป ในกรณีที่จำเป็นที่จะต้องตากแดดเป็นตอนยาวนานติดต่อกัน และให้ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำลงมากยิ่งกว่าในกรณีที่โดนแสงแดดเป็นบางโอกาสช่วงวัน

-ควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้ก่อนการออกแดดโดยประมาณ 15 – 30 นาที และจึงควรทาซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อจะให้แน่ใจว่ายังมีสารกันแดดปฏิบัติหน้าที่ป้องกันผิวอยู่

-ปริมาณของครีมกันแดดที่เป็นเกณฑ์ของค่า SPF นั้น “ควรต้องทาครีมกันแดดจำนวน 2 มิลลิกรัมต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 กำหนดการเซนติเมตร” แต่จากผลการศึกษาค้นคว้าวิจัยกลับเผชิญว่า “คนทั่วไปจะทาครีมกันแดดเพียง 0.5-1.5 มิลลิกรัมต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 กำหนดการเซนติเมตรเพียงแค่นั้น ซึ่งจะได้ผลแค่เพียง 20-50% ของค่า SPF ที่ระบุไว้” แต่หากทาซ้ำ ๆ ในจำนวนที่พอดีจะเป็นผลเพิ่มเติมอีกขึ้นเป็น 2.5 เท่า !

-การทาครีมกันแดดเพื่อรูปพรรณให้ใช้ในขนาดเท่าไข่มุกเม็ดใหญ่ 2 เม็ด หรือหากใช้โลชั่นให้ใช้ขนาดเหรียญ 10 และอย่าหลงลืมทาใบหูด้วย เพราะใบหูเป็นส่วนที่หรือไม่้แดดได้ง่าย โดยกรรมวิธีทาครีมกันแดดบนลักษณะก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เแต้มครีมกันแดดลงบนรูปพรรณเล็กน้อยในตำแหน่ง 5 จุด คือ หน้าผาก 1 จุด, แก้ม 2 จุด, จมูก 1 จุด และคางอีก 1 จุด จากนั้นก็ค่อย ๆ เกลี่ยให้ทั่วหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้นิ้วกลางและนิ้วนางวนเป็นวงกลมบนหน้าตาเบา ๆ จนเนื้อครีมซึมไปสู่ผิวหน้าจนหมดไม่เห็นครีมสีขาว ๆ และให้ทาไปถึงลำคอและด้านข้างหลังที่ไร้เสื้อปกปิดด้วย เพื่อจะคุ้มครองป้องกันแสงแดดและไม่ส่งผลให้หน้าลอยหรือหลอกมาก

-นอกจากการทาหน้าและลำคอแล้ว การทาครีมกันแดดเคลือบริมฝีปากและรอบๆรอบ ๆ ตา ซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากวิตกกังวลว่าทาครีมกันแดดแล้วริมฝีปากจะไม่ลงตัว คุณคงจะหาซื้อครีมกันแดดสำหรับทาริมฝีปากที่มีหน้าตาคล้าย ๆ ลิปสติกที่ทาเคลือบให้ริมฝีปากชุ่มชื้นมาใช้ก็ได้เช่นกัน

-การทาครีมกันแดดบริเวณผิวหนังส่วนอื่นของร่างกาย เป็นต้นว่า แขน ขา ให้เลือกใช้ครีมกันแดดเพื่อทาตัวโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะมีความมันและมีราคาที่ถูกกว่าครีมกันแดดเพื่อใบหน้า

แสงสีฟ้า (HEVIS) ภัยเงียบจากแสง…มีผลกระทบต่อผิวมากกว่าที่คิด !

แสงสีฟ้าเป็นยังไง
แสงสีฟ้า หรือ Blue Light มีชื่อเรื่องทางการเต็ม ๆ ว่า High Energy Visible Light (เรียกย่อ ๆ ว่า HEV หรือ HEVIS Light) คือ แสงพลังงานสูงที่ผสมอยู่ภายในขณะแสงสีสว่างที่มนุษย์สังเกตเห็น โดยแสงสีขาวนั้นแบ่งได้ 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง ซึ่งแสงสีฟ้าจะผสมอยู่ภายในตอนครามกับน้ำเงินที่มีความยาวคลื่นอยู่ในระหว่าง 400-500 นาโนเมตร

โดยแสงสีฟ้านั้นมีอยู่รอบตัวพวกเราและมีผลต่อผิวพรรณของพวกเราได้อย่างคาดไม่ถึง เนื่องจากเป็นแสงที่สามารถเผชิญได้ทั้งในแสงแดด (เหมือนกันกับรังสี UVA และ UVB) จากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ จากหน้าจอโทรศัพท์ จอComputer หน้าจอทีวี หรือจากหน้าจอแอลอีดี ดังนั้นหากคนใดมีความคิดว่าการนั่งอยู่จอcomputer นั่งเล่นโทรศัพท์ อยู่ในบ้านหรือในออฟฟิศ หรือใช้ครีมกันแดดอยู่เสมอๆอย่างครีมกันแดดทั่วๆไปที่ไม่มีคุณสมบัติคุ้มครอง HEVIS Light แล้วจะปลอดภัยจากแสงสีฟ้าได้คงจะจำเป็นที่จะต้องคิดทบทวนใหม่แล้วล่ะจ้ะ

หมายต้นเหตุ : ในแสงอาทิตย์ที่ส่องมานั้นจะประกอบด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet : UV) ราวๆ 5% ซึ่งแบ่งเป็นรังสี UVA และ UVB, รังสีที่มองเห็น (Visible light) 50% และรังสีความร้อนหรือรังสีอินฟราเรด (Infrared) อีก 45%

ผลกระทบจากรังสี UV และ HEVIS

นำมาซึ่งอนุมูลอิสระบนผิวที่กระตุ้นการสร้าง Enzyme ทำลายคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ในอันดับผิว ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาวะเร็วทันใจกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ไม่ยาก กำเนิดความหย่อนคล้อย ผิวขาดความชุ่มชื้น และเกิดผิวแก่กว่าวัย (Photo-aging) ตามมา
จากการเรียนของกลุ่มศึกษาค้นคว้าพบว่า ในเวลาตอนกลางคืนแสงสีฟ้าจะก่อกวนสิ่งที่มีลักษณะวนไปจนครบรอบนาฬิกาของร่างกายนำมาซึ่งการทำให้ผิวปฏิบัติการไม่ถูกทั่วไปไปตามที่ควรเป็น แล้วก่อให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการรู้สึกตัวฟูตามธรรมชาติของผิว ส่งผลให้ผิวชมแก่กว่าวัยสุดท้าย เนื่องมาจากแสงสีฟ้าเป็นตัวการนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการรับทราบที่ไม่ถูกไปว่าช่วงนั้นเป็นตอนกลางวัน

กระตุ้นให้เกิดฝ้า กระ ฝ้าแดดฝังลึก จุดด่างดำ ผิวหมองหม่นคล้ำ ได้เหมือนกันกับรังสี UVA และ UVB
การเรียนในปี 2014 ก็ประสบว่าแสงสีฟ้าเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวอักเสบและทำให้เกิดการกำเนิดจุดด่างดำ
ส่งผลให้เกราะปกป้องผิวอ่อนแอลง เกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอไป (การเรียนรู้ในปี 2008 ของนักวิจัยญี่ปุ่นในหนูทดทดลองพบว่า แสงสีฟ้าไปขัดขวางการฟื้นตัวของปราการผิว)
ก่อกวนแนวทางการทำงานของฮอร์โมนที่ช่วยทำให้นอนหลับ นำมาซึ่งอาการนอนหลับไม่สนิทและก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมซ้ำเติมผิวเราได้

พินิจได้ง่าย ๆ ว่าในผู้ที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ไม่ค่อยออกแดด แต่ผิวหน้ากลับแก่กว่าวัย ฝ้ากระไม่จางลงหรือเข้มเพิ่มขึ้น หรือมีจุดด่างดำหม่นหมองคล้ำ นั่นเป็นด้วยเหตุว่า HEVIS Light นั้นเป็นแสงที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ แสงจากหลอดไฟ หน้าจอโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์

HOME

 

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...